วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อาณาจักรพืช (Kingdom plantae)



ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรพืช


       - เป็นสิ่งมีชีวิตที่เซลล์เป็นยูคาริโอต (Eucaryotic cell) ลักษณะของเซลล์แบบยูคาริโอตมีไรโบโซมเป็นชนิด 80S 
      - ประกอบไปด้วยเซลล์หลายๆ เซลล์มารวมกันเป็นกลุ่มเซลล์หรือเป็นเนื้อเยื่อ (Tissue) กลุ่มเซลล์เหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อทำหน้าที่เฉพาะอย่าง 
      - ผนังเซลล์เป็นสารประกอบพวก Cellulose จึงทำให้เซลล์มีลักษณะเป็นกรอบ แข็งแรง และมีรูปร่างที่แน่นอน
       - มีคลอโรฟิลล์บรรจุอยู่ใน Chloroplast คลอโรฟิลล์มักเป็นคลอโรฟิลล์เอ หรือ บี นอกจากนี้ยังมีรงควัตถุอื่นๆ อีกหลายชนิด ช่วยกันทำหน้าที่จับพลังงานแสง เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสง โดยคลอโรฟิลล์ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงพลังงานแสงให้เป็นพลังงานเคมีในรูปของสารอินทรีย์ต่างๆ
       - การเจริญต้องผ่านระยะเอมบริโอ เมื่อเซลล์สืบพันธุ์ผสมกันเป็นไซโกตต้องเจริญเป็นเอมบริโอหรือต้นอ่อนเสียก่อน แล้วจึงเจริญไปเป็นต้นใหม่ (ต้นสปอโรไฟต์)
       - โดยทั่วไปไม่เคลื่อนที่หรือเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งด้วยตนเองไม่ได้ แต่ในพืชหลายชนิดขณะเป็นเซลล์สืบพันธุ์เคลื่อนที่ได้ เช่น สเปิร์มของมอส เฟิน ฯลฯ เพราะมี แฟลกเจลลา
      - มีวงชีวิตแบบสลับ (Alternation of generation) การสืบพันธุ์แบบสลับประกอบด้วยการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ สลับกับการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ต้น gametophyte เป็นต้นที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยการสร้าง สเปิร์มหรือเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ มาผสมกับไข่ หรือเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย ส่วนอีกต้นหนึ่ง เรียกว่า sporophyte เป็นต้นที่มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการสร้าง สปอร์


       พืชมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากพืชทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตอาหารให้แก่ระบบนิเวศ นอกจากนี้พืชยังม มีประโยชน์ในด้านอื่นอีกหลายประการ เช่น พืชขนาดใหญ่ให้ไม้ซึ่งใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนและสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ พืชสมุนไพรใช้ในการรักษาโรคต่างๆได้หลายชนิด ไม้ดอกไม้ประดับ กล้วยไม้ ว่าน และพวกบอนต่างๆ ปลูกเพื่อ ให้ความสวยงามและสบายใจแก่ผู้ปลูก แต่ก็มีพืชบางชนิดที่ให้โทษเหมือนกัน เช่น พวกวัชพืชต่างๆ ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่การเกษตร ผักตบชวา เจริญและแพร่พันธุ์ลงสู่แม่น้ำอย่างรวดเร็วทำให้กีดขวางการจราจรทางน้ำ ต้องเสียค่าใช้ จ่ายในการแก้ปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างมาก พืชทั้งหมดที่จัดอยู่ในอาณาจักรนี้มีมากกว่า 350,000 species พืชเหล่านี้แพร่กระจาย ไปได้แทบทุกหนทุกแห่ง ทั้งบนบก ในน้ำ บนภูเขาสูง หรือในทะเลทราย พืชแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไป ทั้งทางด้านรูปร่าง ขนาด และการดำรงชีวิต


สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้แบ่งเป็น 9 ไฟลัม คือ


           1. กลุ่มพืชไม่มีเนื้อเยื่อลำเลียง
            1.1  Phylum Hepatophyta  ต้นแกมีโทไฟต์ มีทั้งที่เป็นต้น มีส่วนคล้ายใบและที่เป็นแผ่นบางๆภายในเซลล์จะมีหยดน้ำมันอยู่ด้วย ต้นสปอโรไฟต์เมื่อแก่จะแตกออก เพื่อปล่อยสปอร์กระจายพันธุ์ ตัวอย่างพืช เช่น ลิเวอร์เวิร์ท


ลิเวอร์เวิร์ท

            1.2  Phylum Anthocerophyta  ต้นแกมีโทไฟต์มีลักษณะเป็นแผ่น  มีรอยหยักที่ขอบ มักมีคลอโรพลาสต์เพียง 1 คลอโรพลาสต์ต่อเซลล์ และต้นสปอร์โรไฟต์จะมีลักษณะยาวเรียว มีเนื้อเยื่อเจริญอยู่ที่โคนต้น เช่น ฮอร์นเวิร์ต


ฮอร์นเวิร์ต
            1.3  Phylum  Bryophyta  ต้นแกมีโทไฟต์มีลักษณะคล้ายใบที่เรียงเวียนรอบแกนกลาง ต้นสปอร์โรไฟต์มีอับสปอร์ ซึ่งมีโครงสร้างพิเศษช่วยในการกระจายสปอร์หรือมีช่องเปิดเพื่อกระจายสปอร์   เช่น  มอส


มอส
มอส

         2. พืชที่มีเนื้อเยื่อลำเลียงแต่ไม่มีเมล็ด

             ประกอบด้วยเฟินแท้ และกลุ่มใกล้เคียงเฟิน  พืชกลุ่มนี้มีราก   ลำต้นและใบที่แท้จริง  ภายในรากมีเนื้อเยื่อลำเลียงเหมือนที่พบในลำต้น  มีต้นแกมีโทไฟต์และต้นสปอร์โรไฟต์เจริญแยกกัน หรืออยู่รวมกันในช่วงสั้นๆ โดยต้นแกมีโทไฟต์จะมีวงชีวิตสั้นกว่าสปอร์โรไฟต์ 

             2.1 Phylum Lycophyta  เป็นพืชที่มีลำต้นและใบที่ทแจริง มีใบขนาดเล็ก มีเส้นใบ 1 เส้นที่ไม่แตกแขนง  ที่ปลายกิ่งจะมีกลุ่มของใบที่ทำหน้าที่สร้างอับสปอร์ พืชกลุ่มนี้ได้แก่ ไลโคโปเดียม เช่น สามร้อยยอด  หางสิงห์  ซีแลกจิเนลลา เช่น ตีนตุ๊กแก  และกระเทียมน้ำ

ตีนตุ๊กแก
             
             2.2 Phylum  Pterophyta  ตัวอย่างของพืชกลุ่มนี้ได้แก่  หวายทะนอย  หญ้าถอดปล้องและเฟิน
          - หวายทะนอย  (Psilotum  sp.)  ไม่มีราก  ไม่มีใบ (ถ้ามีจะมีขนาดเล็กมาก) มีการแตกกิ่งเป็นคู่

หวายทะนอย

- หญ้าถอดปล้อง(Equisetum  spp.) เป็นกลุ่มพืชที่มีลำต้น  มีข้อปล้องชัดเจน   มีทั้งลำต้นตั้งตรงบนดินและลำต้นใต้ดิน ลำต้นตั้งตรงบนดินมีสีเขียวเป็นสัน  ใบมีขนาดเล็ก มีเส้นใบเพียง 1 เส้น เรียงเป็นวงรอบข้อ อับสปอร์เป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง เรียกว่า strobilus

หญ้าถอดปล้อง

- เฟิน(Fern)  มีราก  ลำต้น  ใบ ที่แท้จริง  โดยมีเส้นใบแตกแขนง  ใบอ่อนม้วนจากปลายสู่โคนใบ ใบอาจเป็นใบเดี่ยว  หรือใบประกอบ  มีสปอร์อยู่ใต้ใบเมื่อใบแก่    ตัวอย่างของเฟินได้แก่ เฟินใบมะขาม  เฟินก้านดำ  ข้าหลวงหลังลาย  ชายผ้าสีดา  ย่านลิเภา  แหนแดง  จอกหูหนู  ผักแว่น  ผักกูด  เป็นต้น


ผักแว่น
         3. พืชที่มีเนื้อเยื่อลำเลียงที่มีเมล็ด

             มีระยะสปอร์โรไฟต์ที่เด่นชัด และยาวนาน แต่ระยะแกมีโทไฟต์จะมีขนาดเล็กลงมากเมื่อเทียบกับมอสและเฟิน  ปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ


             - Gymnosperm  (พืชเมล็ดเปลือย)  ลักษณะที่สำคัญคือ ออวุลและละอองเรณูติดบนแผ่นกิ่งหรือแผ่นใบซึ่งจะอยู่รวมกันที่ปลายกิ่ง เรียกว่า cone  แยกเป็นโคนเพศผู้และโคนเพศเมีย  เป็นพืชที่ไม่มีอก  แต่มีเมล็ด  เมล็ดไม่มีผนังรังไข่ห่อหุ้ม  จึงเรียกว่า เมล็ดเปลือย แบ่งออกเป็น 4 Phylum คือ



             3.1 Phylum  Cycadophyta  เป็นพืชที่มีการกระจายพันธุ์ในบริเวณที่แห้งแล้งได้ดี   มีลำต้นค่อนข้างเตี้ย  ใบมีขนาดใหญ่เป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว  มีการสร้างโคนเพศผู้และโคนเพศเมียแยกต้นกัน  เช่น ปรง  ปรงป่า  ปรงเขา  เป็นต้น


ปรงป่า

             3.2 Phylum Ginkophyta  ปัจจุบันเหลือเพียงสปีชีส์เดียว คือ แป๊ะก๊วย มีลักษณะใกล้เคียงกับพืชที่สูญพันธุ์ไปแล้ว พบตามธรรมชาติในประเทศจีน เกาหลีและญี่ปุ่น ลำต้นมีขนาดใหญ่ ใบเดี่ยวคล้ายพัด ต้นเพศเมียสร้างออวุลที่ปลายกิ่งพิเศษ เมล็ดมีอาหารสะสมนิยมนำมารับประทาน


แป๊ะก๊วย
             3.3 Phylum  Coniferophyta  เป็นพืชที่มีความหลากหลายมากที่สุดในพืชกลุ่มเมล็ดเปลือยทั้งในด้านลักษณะของต้นและโครงสร้างของอวัยวะสืบพันธุ์ โคนเพศผู้และเพศเมียอาจเกิดบนต้นเดียวกันหรือแยกต้นกัน เช่น สนสองใบ  สนสามใบ  สนสามพันปี  พญาไม้  เป็นต้น


สนสามใบ

             3.4 Phylum  Gnetophyta  เป็นพืชที่มีลักษณะแตกต่างจากพืชเมล็ดเปลือยกลุ่มอื่น คือพบเวสเซลในท่อลำเลียงน้ำ และมีลักษณะคล้ายพืชดอกมาก คือ มีกลีบดอก มีใบเลี้ยง 2 ใบ แต่แมล็ดยังไม่มีเปลือกหุ้ม ปัจจุบันพบประมาณ 3 สกุล แต่ที่พบในประเทศไทย คือ มะเมื่อย  มักพบตามป่าชื้นเขตร้อน


มะเมื่อย
             

        - angiosperm ( พืชดอก )   เป็นกลุ่มพืชที่มีความหลากหลายมากที่สุดในอาณาจักรพืช พืชกลุ่มนี้มีดอกซึ่งเป็นกิ่งที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นโครงสร้างที่ใช้ในการสืบพันธุ์ มีออวุลเจริญอยู่ในรังไข่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกสรตัวเมีย  (มีดอก  มีเมล็ด   เมล็ดมีผนังรังไข่ห่อหุ้ม) แบ่งเป็น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว (Monocotyledon) และพืชใบเลี้ยงคู่ (Dicotyledon)

         
ไผ่